ทักษะเยี่ยม เปลี่ยมคุณธรรม ล้ำเลิศวิชา ใช้เวลาให้เกิดคุณ
ฐานข้อมูลเพื่อการบริหาร

ระบบบริหารจัดการอาชีวศึกษา

เข้าสู่ระบบ
ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา
> ข้อมูลทั่วไป
   :: ประวัติสถานศึกษา
   :: หลักสูตรที่เปิดสอน
   :: เป้าหมายสถานศึกษา
   :: ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
       อัตลักษณ์ เอกลักษณ์
   :: ทำเนียบผู้บริหาร
> ข้อมูลบุคลากร
   :: จำนวนบุคลากร
   :: รายชื่อบุคลากร
   :: โครงสร้างการบริหาร
> ข้อมูลสถิตินักเรียนนักศึกษา
> ข้อมูลงบประมาณ
> ข้อมูลครุภัณฑ์
> ข้อมูลอาคารสถานที่
> ข้อมูลสถานประกอบการ
   และตลาดแรงงาน
> ข้อมูลด้านสังคม
    :: จังหวัดสมุทรสงคราม
   
:: อำเภออัมพวา
    :: โครงการร่วมกับชุมชน
แนะนำบุคลากร
> ฝ่ายบริหาร
> สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
> สาขาวิชาเครื่องกล
> สาขาวิชาการบัญชี
> สาขาวิชาคอมพิวเตอร์
> สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรฯ
> สาขาวิชาเทคนิคพื้นฐาน
> สาขาวิชาสามัญสัมพันธ์
> คณะเจ้าหน้าที่
เผยแพร่ข้อมูลวิทยาลัย
> งานการประกันคุณภาพสถานศึกษา
   :: รายงานการประเมินโดยต้นสังกัด
       ปี 2554
       ปี 2552
   :: รายงานการประเมินตนเอง
       ปี 2554
       ปี 2553
       ปี 2552
    
> งานแผนงานและงบประมาณ
   :: แผนปฏิบัติการประจำปี 2556
เผยแพร่ผลงานนักเรียน
                 ปีการศึกษา 2554
                 ปีการศึกษา 2553
                 ปีการศึกษา 2552
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 55 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
สถิติการเข้าชมเว็บ
มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter
คน ตั้งแต่ October 2010
ประวัติจังหวัดสมุทรสงคราม




 



ข้อมูลพื้นฐาน



จังหวัดสมุทรสงคราม 




 




1.  ประวัติจังหวัดสมุทรสงคราม



 1.1. การตั้งถิ่นฐาน



1.1.1 ที่มาของชื่อบ้านแม่กลอง



                            จังหวัดสมุทรสงคราม แต่เดิมเรียกเมืองแม่กลอง การตั้งถิ่นฐานบริเวณปากแม่น้ำแห่งดินแดนแห่งนี้ สันนิษฐานว่า คนกลุ่มแรกเป็นชาวแม่กลอง (เดิม) จากจังหวัดอุทัยธานี อพยพมาตั้งบ้านเรือนในถิ่นนี้ ชาวแม่กลอง (เดิม) ในจังหวัดอุทัยธานีเป็นชาวแม่น้ำ เคยอยู่ริมแม่น้ำกำแพงเพชรมาก่อน เมื่อแม่น้ำนั้นตื้นเขิน การทำมาหากินของราษฎรฝืดเคือง จึงพากันอพยพมาหาทำเลที่อยู่ใหม่ เรียกหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นใหม่ว่า บ้านแม่กลอง ตามชื่อบ้านเดิมของตน



ที่มาของชื่อบ้านแม่กลอง นอกจากที่กล่าวอ้างแล้วยังมีเรื่องราวที่เล่าสืบเนื่องกันมา ว่าด้วยเรื่องกลองใหญ่ ที่วัดใหญ่ ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม มีนัยแบ่งเป็น ๒ ทาง คือสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ หลวงศรีสวัสดิ์ (ชื่น เทพสุวรรณ นายอำเภอเมืองศรีสุวรรณ จังหวัดกาญจนบุรีย้ายมาเป็นนายอำเภอแม่กลอง ได้นำซุงต้นใหญ่ที่ได้มาจากจังหวัดกาญจนบุรีมาขุดทำคลองใบใหญ่ขึ้นหนึ่งใบขึงด้วยหนังวัวกระทิงจากป่าเมืองกาญจนบุรี ครั้งสร้างเสร็จแล้วได้นำมาถวายที่วัดใหญ่ ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ทางราชการสมุทรสงครามจึงทำตราของจังหวัดเป็นรูปกลองลอยน้ำ สองฟากฝั่งเป็นต้นมะพร้าวอันเป็นสัญลักษณ์อาชีพหลักของจังหวัดสมุทรสงคราม เรื่องกลองใหญ่นี้ ยังมีที่มาอีกนัยหนึ่งเป็นนิยายชาวบ้านเล่าขานต่อๆ มา ว่ามีกลองใบใหญ่ลอยมาติดหน้าวัดใหญ่ และชาวบ้านช่วยกันเก็บไว้ที่วัด และกลองใบใหญ่นี้ก็ยังมีปรากฏให้เห็นอยู่ที่วัดใหญ่จนปัจจุบัน กลองใบนี้เป็นกลองขนาดใหญ่มาก จึงเรียกว่า แม่กลอง



1.2 ท้องถิ่นสมุทรสงคราม



ชื่อดั้งเดิมของจังหวัด นอกจาก แม่กลอง ท้องถิ่นนี้ยังมีชื่ออย่างอื่นพร้อมหลักฐานการตั้งถิ่นฐานและชุมชน ปรากฏในข้อเขียนของรองศาสตราจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ในเรื่องท้องถิ่นสมุทรสงครามว่า "คนทั่วไปแต่ก่อนแต่ก่อนรู้จักอัมพวา ในชื่อของบางช้างและรู้จักเท่าๆ กับบางกอก เพราะต่างก็เป็นย่านของชาวสวนเหมือนกัน ดังเช่น มีคำเรียกติดปากว่าสวนใบบางกอก สวนนอกบางช้าง หรือบางช้างสวนนอกบางกอกสวนในเป็นต้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากตำแหน่งที่ตั้งและสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของทั้งสองแห่งคล้ายคลึงกัน ทำให้การปรับตัวของคนเข้ากับสภาพแวดล้อม เพื่อดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในชุมชนเหมือนกัน คือ การทำสวนผลไม้เป็นอาชีพหลัก ที่ว่าสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์เหมือนกันก็คือ ทั้งบางกอก และบางช้างต่างก็อยู่ในบริเวณที่ดอน อันเกิดจากการทับถมของลำน้ำที่คดเคี้ยวไปมาก่อนที่จะออกทะเลได้อาศัยที่ดอนเหล่านั้นในการสร้างถิ่นที่อยู่อาศัย  ละเรือกสวน ใช้ลำแม่น้ำและลำคลองเพื่อการคมนาคมและอุปโภคบริโภค รวมทั้งเพื่อการทำสวนเช่นเดียวกันและโดยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของทั้งสองบางนี้น่าจะพัฒนาขึ้นในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน แต่ทางบางกอกนั้นเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญกว่า ซึ่งมีการบันทึกทางเอกสารให้เห็นว่ามีการพัฒนาการมาแต่สมัยใดชัดเจน ส่วนทางบางช้างนั้น แม้จะไม่มีหลักฐานทางเอกสารสนับสนุนก็ตาม แต่ก็มีหลักฐานทางโบราณคดีมาสนับสนุนได้อย่างเพียงพอไม่น้อยหน้า เพราะทั้งลำน้ำแม่กลองและลำน้ำเจ้าพระยาต่างก็เป็นลำน้ำที่ใช้ในการคมนาคมติดต่อทางทะเลกับโลกภายนอกเหมือนกันมีเรือสินค้าใหญ่แล่นผ่านมาจากปากน้ำเข้ามาถึงเมืองท่าภายในนั้นคือทางลำน้ำเจ้าพระยาก็มีอยุธยาและกรุงเทพมหานครต่างก็เป็นเมืองท่า ส่วนทางลำน้ำแม่กลองมีเมืองคูบัวและเมืองราชบุรีเป็นเมืองท่า แม้ว่าทั้งเมืองคูบัวและเมืองราชบุรีมีความเป็นมาที่เก่าแก่กว่าเมืองอยุธยาและเมืองกรุงเทพมหานครก็ตาม แต่นั่นก็หาได้หมายความว่าบริเวณบางช้างจะเก่าไปกว่าบางกอก เพราะทั้งสองแห่งนี้น่าจะดอนขึ้นพอตั้งถิ่นฐานและเรือกสวนได้ในเวลาใกล้เคียงกัน คือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ลงมาเป็นสำคัญ จากลักษณะทางภูมิประเทศและหลักฐานทางโบราณคดีนั้น สิ่งที่ทำให้เกิดบ้าน เกิดชุมชนขึ้นที่อัมพวา นอกเหนือจากการที่มีดอนเหมาะสมแก่การตั้งบ้านเรือนและเรือกสวนก็คือ บริเวณที่มีลำน้ำลำคลองหลายสายมาพบกัน ทำให้กลายเป็นที่ชุมชน เส้นทางในการคมนาคมของลำน้ำแม่กลองตอนก่อนออกทะเล ลำน้ำที่สำคัญคือลำน้ำอ้อม ซึ่งถือได้ว่าคือลำน้ำแม่กลองเก่า นั่นคือถ้าหากเดินทางจากปากน้ำแม่กลองผ่านอำเภอเมืองสมุทรสงครามขึ้นไปตามลำน้ำที่วงโค้งไปมาทางด้านตะวันตกจากบ้านคลองผีหลอกแล้วก็เข้าเขตอำเภออัมพวา ซึ่งมีลำน้ำและลำคลองสองสายมาบรรจบด้วย ทางฝั่งเหนือเป็นลำน้ำธรรมชาติที่ไหลออกจากบ้านบางกระบือ ทางเหนือ ผ่านบ้านคลองตรง บ้านคลองโคก และคลองวัดจุฬามณี ส่วนที่สมทบอีกคลองหนึ่งเป็นคลองขุด คือคลองประชาชมชื่นมาจากทางใต้จากบ้านดอนจั่น ผ่านบ้านดอนจั่น บ้านป่วน บ้านปลายโพงพาง และบ้านสวนหลวง มาออกแม่น้ำแม่กลองทางฝั่งใต้ เหนือขึ้นไปตามลำน้ำ แม่น้ำแม่กลองได้แยกออกเป็นสองสาย สายแรกขึ้นไปทางเหนือ ไปยังอำเภอบางคนที เป็นลำน้ำสายใหญ่ของลำน้ำแม่กลอง ส่วนอีกสายหนึ่งเรียกลำแม่น้ำอ้อม แยกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือผ่านบ้านบางกุ้ง บ้างบางสะแก บ้านคลองซื่อ บ้านโรงหวี ไปยังอำเภอวัดเพลง จากนั้นก็ขึ้นไปทางเหนือผ่านบ้านเกาะมอญ บ้านท่าถาด เกาะศาลพระ ไปยังเวียงทุนและบ้านศรีเพชร ต่อจากนั้นก็ไปสมทบกับลำน้ำแม่กลองสายตรงที่หน้าอำเภอเมืองราชบุรี



       ลำน้ำแม่อ้อมเป็นลำน้ำที่สำคัญสำหรับเมืองคูบัว และเมืองราชบุรี นั่นคือ บริเวณเกาะศาลพระและบ้านศรีเทพเป็นบริเวณที่เรียกว่า เวียงทุน เป็นบริเวณที่มีลำน้ำห้วยเขินศรีมาสมทบด้วย มีผู้พบซากเสากระโดงเรือจม พบและงมได้ภาชนะดินเผาที่มาจากจีน แต่สมัยราชวงศ์ถังตอนปลายถึงสมัยราชวงศ์ซ้อง และราชวงศ์หยวนมากมาย อีกทั้งบริเวณสองฝั่งน้ำก็พบโคกเนินโบราณสถานสมัยทวารวดี พบลูกปัดและภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี และมีเรือค้าขายจากต่างประเทศแล่นขึ้นมาจากปากแม่น้ำ เข้าคลองแม่น้ำอ้อมมายังเมืองคูบัว เมืองนี้คือเมืองราชบุรีเก่า ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองตรงบริเวณที่ลำน้ำแม่อ้อมและแม่น้ำแม่กลองมาพบกัน เป็นเมืองราชบุรีที่มีอายุอยู่ในสมัยลพบุรีราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ลงมา"



1.3 บริเวณชุมชนเก่า



จากร่องรอยความเป็นมาของความเก่าแก่ดังกล่าว ทำให้สามารถกำหนดแหล่งการตั้งถิ่นฐาน ตามแนวแม่น้ำลำคลองในเขตอำเภออัมพวาออกได้ดังนี้



1.3.1 ชุมชนบริเวณแม่น้ำอ้อม บริเวณที่มีชุมชนเก่าแก่มาก่อนคือ บริเวณแม่น้ำอ้อม ตั้งแต่แยกแม่น้ำแม่กลอง บ้านลัดเลาะ ผ่านบ้านบางกุ้ง ไปจนเข้าเขตอำเภอวัดเพลงความเก่าแก่ของบริเวณนี้ นอกจากพบร่องรอยวัดเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามสองฝั่งของลำน้ำแล้วยังปรากฏมีการขุดคลองซอยใหญ่น้อยแยกออกจากแม่น้ำออกไปทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะทางฝั่งใต้นั้นเกือบกล่าวได้ว่า มีคลองซอยแทบทุกระยะ ๔๐๐ เมตรทีเดียว



1.3.2 ชุมชนบริเวณสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ได้แก่บริเวณตั้งแต่อัมพวาขึ้นไปจนจรดคลองบางน้อยในเขตอำเภอบางคนที นับเป็นบริเวณการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวสวนที่หนาแน่น แต่ความหนาแน่นและแหล่งสำคัญ เช่น วัดใหญ่ ส่วนมากอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ ซึ่งนอกจากมีชุมชนเรียงรายกันตามริมฝั่งน้ำแล้วก็ขยายตัวไปทางเหนือและตะวันออกจนถึงเจตติดต่อกับคลองบางน้อยแถวบ้านบางกระบือทั้งสองบริเวณที่กล่าวมาแล้ว  เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวสวน          ที่เรียกว่า สวนนอก อันเป็นที่รู้จักกันมาช้านาน อาจกล่าวได้ว่าขณะที่สวนใน คือทางบางกอก  บางใหญ่และบางกรวยกำลังอยู่ในสภาพที่ล่มสลาย อันเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมืองบริเวณสวนนอกในเขตอำเภออัมพวาและบริเวณใกล้เคียงยังคงสภาพอยู่ ทำให้เห็นชุมชนลักษณะเรือกสวนและวิถีชีวิตวัฒนธรรมของผู้คนที่สืบมาแต่สมัยอยุธยาได้พอสมควร



1.3.3 ชุมชนบริเวณเขายี่สาร บริเวณที่มีความเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง อยู่ในเขตอำเภออัมพวาและเป็นบริเวณที่ไม่มีการทำเรือกสวน เพราะเป็นเขตน้ำกร่อยและป่าชายเลน อาจนับได้จากฝั่งใต้ของถนนหลวงสายปากท่อ - แม่กลองลงไป เป็นบริเวณที่อยู่ติดกับเขตอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี อำเภอเขาย้อย และอำเภอบ้านแหลมจังหวัดเพชรบุรี โดยเหตุที่พื้นที่แห้งแล้งเป็นดินปนทรายและเค็มจึงทำสวนไม่ได้ ต้นไม้ที่ปลูกได้ดีพอควร คือ มะพร้าว ผู้คนตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหย่อมๆ ไป มีการขุดคลองกันอย่างสลับซับซ้อน เพื่อการคมนาคมและการทำนากุ้งก่อนมีถนนการติดต่อกับตัวอำเภออัพวาและแหล่งที่เป็นศูนย์กลางความเจริญใกล้เคียงอาศัยลำคลองแต่เพียงอย่างเดียว คลองสำคัญที่เชื่อมกับลำน้ำแม่กลองมีสองคลอง





2.  ที่ตั้งและอาณาเขต



          อาณาเขต จังหวัดสมุทรสงครามมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้



ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีลำคลองดอน        มะโนรา และรางหัวตำลึงใน เขตท้องที่อำเภอบางคนที และอำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นแนวแบ่งเขต



ทิศใต้         ติดทะเลอ่าวไทย ตรงปากแม่น้ำแม่กลอง และจังหวัดเพชรบุรี



ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาคร ที่คลองพรมแดนท้องที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร



ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดราชบุรี โดยมีลำคลองวัดประดู่ เป็นแนวแบ่งเขตในท้องที่อำเภออัมพวา



3. ลักษณะภูมิประเทศ



        พื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดเป็นที่ราบลุ่มริมทะเลโดยตลอด สภาพของดินเป็นดินเหนียวปนทราย ไม่มีภูเขาหรือเกาะ เดิมเคยมีป่าโกงกาง ไม้แสม ตามชายฝั่งทะเลและมีป่าจากตามปากแม่น้ำ แต่ปัจจุบันได้มีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเกือบทั้งหมด ต่อมาการเลี้ยงกุ้งได้เกิดการขาดทุน ทำให้ปล่อยบ่อกุ้งรกร้างจำนวนมากแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่าน คือ แม่น้ำแม่กลองผ่านบริเวณท้องที่อำเภอบางคนที และอำเภออัมพวา ไปออกทะเลอ่าวไทย ที่บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองในเขตอำเภอเมืองสมุทรสงคราม นอกจากนี้มีลำคลองใหญ่น้อยมากมาย แยกจากแม่น้ำแม่กลอง 338 คลอง ลำประโดง 1,947 ลำประโดง กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ จากสภาพภูมิประเทศเช่นนี้ ทำให้เกิดความสะดวกในด้านการคมนาคมทางน้ำ และการประกอบอาชีพด้านกสิกรรม



4. ด้านเศรษฐกิจ



                      ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการประมง ส่วนอุตสาหกรรมนั้นส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก โดยอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตน้ำปลา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และมีโรงงานทั้งสิ้น 270 โรงงาน ทุนจดทะเบียนรวม 5, 068,084,947 บาท จำนวนการจ้างงาน 7,099 คน สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดสมุทรสงครามขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และการประมงเป็นสาขาการผลิตในภาคเกษตรที่ทำรายได้สูงสุดของจังหวัด รองลงมาก็คือ กสิกรรม และการแปรรูปสินค้าเกษตรอย่างง่าย











สงวนลิขสิทธิ์โดย © วิทยาลัยการอาชีพอัมพวา All Right Reserved.

ติดประกาศ: 10-Nov-2010 (1224 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]

เว็บไซต์นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ของวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
เลขที่ 1/1 หมู่ 6 ถนนพระรามที่ 2 ( ธนบุรี-ปากท่อ )
กม.ที่ 77.5  ต.แพรกหนามแดง  อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 75110 
Fax. 0-3477-2099  Tel 0-3477-2098
E-mail : admin@ampawa.ac.th